ผู้ชายสายตาเย็นชาที่อาศัยอยู่ห้องตรงข้าม คือสาเหตุที่ทำให้ฉันเกือบร้องไห้ด้วยความกลัว
แต่ในคืนที่ไฟดับทั้งอาคาร ฉันโทรหาแฟนออนไลน์ของตัวเอง
และเมื่อได้ยินเสียงทั้งสองเสียงพร้อมกัน…
ฉันก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง
วันแรกที่ฉันย้ายเข้าคอนโดใหม่
ฉันก็ชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูเป็นคนเข้าถึงยากสุด ๆ
ตอนนั้นฉันกำลังกอดกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไว้เต็มอ้อมแขน
และรีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์
โดยไม่ทันระวังจนทำเอกสารปึกใหญ่ในมือของเขาหล่นกระจายเต็มพื้น
ชายในเสื้อโปโลสีดำก้มลงเก็บเอกสาร
ใบหน้าของเขาเย็นชาเสียจนดูน่ากลัว
“ชั้นไหน?”
เสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นเยียบ
จนฉันเผลอขนลุก
“ช… ชั้นสิบหกค่ะ…”
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก
ฉันถึงได้รู้ว่า…
เราอยู่ชั้นเดียวกัน
และที่แย่กว่านั้นคือ…
ห้องของเราอยู่ตรงข้ามกันพอดี
คืนนั้น
ขณะที่ฉันนอนอยู่บนเตียงพร้อมมาสก์หน้า
ฉันกำลังคุยแชตกับแฟนออนไลน์ที่รู้จักกันผ่านเกม
เขาเป็นผู้ชายประเภทที่อ่อนโยนมาก
ทุกวันจะเรียกฉันว่า “Baby Girl”
แค่ฉันบ่นว่าเหนื่อย
เขาก็โอนเงินมาให้ซื้อชานมทันที
และเสียงของเขา…
อบอุ่น อ่อนโยน และฟังแล้วใจละลาย
ฉันส่งข้อความเสียงไปบ่นอย่างขี้เกียจ
“ฉันมีเพื่อนบ้านใหม่ที่น่าหงุดหงิดมาก…”
“หน้าตาดีอยู่หรอกนะ แต่หน้าบึ้งตลอดเวลา เหมือนพร้อมฆ่าคนด้วยสายตา”
เขาเงียบไปสองวินาที
ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“บางทีเขาอาจไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิดก็ได้นะ?”
ฉันเบ้ปาก
“เป็นไปไม่ได้”
“หน้าตาเหมือนคนที่ไม่เคยยิ้มมาทั้งชีวิต”
เขาหัวเราะอีกครั้ง
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังผ่านหูฟัง
ทำให้หัวใจฉันเต้นเร็วขึ้นทันที
“อืม…”
“ถ้างั้นก็อยู่ห่างจากเขาไว้ตลอดแล้วกัน”
ฉันไม่รู้เลยว่า…
ในเวลาเดียวกันนั้น
ที่ห้องตรงข้าม
ชายเสื้อดำกำลังยืนอยู่ที่ระเบียง
ถือโทรศัพท์อยู่ในมือ
และแสงจากหน้าจอ
กำลังส่องใบหน้าเย็นชาที่คุ้นเคยของเขา
—
สามวันต่อมา
ไฟทั้งคอนโดดับลงกลางดึก
ฉันกลัวความมืดมาตั้งแต่เด็ก
เมื่อห้องทั้งห้องจมอยู่ในความมืดสนิท
ฉันแทบร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว
แบตเตอรี่โทรศัพท์เหลือเพียงสามเปอร์เซ็นต์
โดยไม่คิดอะไร
ฉันรีบโทรหาแฟนออนไลน์ทันที
เขารับสายแทบจะในทันที
“Baby Girl?”
แค่ได้ยินเสียงของเขา
น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาทันที
“ฉันกลัว…”
“ไฟดับ…”
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงทันที
“ไม่ต้องกลัวนะ”
“ล็อกประตูไว้หรือเปล่า?”
“ล… ล็อกแล้วค่ะ…”
“เด็กดี”
“ทีนี้เปิดประตูซะ”
ฉันชะงัก
“ห๊ะ?”
เขาถอนหายใจเบา ๆ
“ฉันยืนอยู่หน้าห้องเธอ”
สมองของฉันแทบหยุดทำงาน
หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมาจากอก
ฉันเดินไปที่ประตูด้วยมือที่สั่นเทา
มองผ่านตาแมว
ทางเดินด้านนอกมืดสนิท
แต่มีชายร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น
เสื้อโปโลสีดำ
ไหล่กว้าง
ถือไฟฉายอยู่ในมือ
เขาคือผู้ชายสายตาเย็นชาที่อาศัยอยู่ห้องตรงข้าม
และในขณะเดียวกันนั้น…
ฉันได้ยินเสียงจากโทรศัพท์
พร้อมกับเสียงจากหน้าประตู
ดังขึ้นพร้อมกัน
“เปิดประตูได้แล้ว Baby Girl”
ฉันแข็งทื่ออยู่กับที่
โทรศัพท์แทบหลุดจากมือ
ด้านนอกประตู
ผู้ชายที่ฉันเคยไม่ชอบหน้า

ค่อย ๆ ยกมือขึ้นเล็กน้อย
“หรือว่า…”
“เธอจะยังแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันอีก?”
บทสรุป: แฟนออนไลน์สายโหด(แต่อยู่โหมดมุ้งมิ้ง)
ฉันยืนเบิกตาค้างอยู่หลังบานประตู สมองพยายามประมวลผลอย่างหนัก เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นในหูฟังกับเสียงเย็นชาที่ทะลุผ่านบานประตูเข้ามา… มันคือเสียงของ ผู้ชายคนเดียวกัน!
มือที่สั่นเทาของฉันค่อย ๆ หมุนกลอนประตูเปิดออก แสงจากกระบอกไฟฉายในมือของเขาเบนลงพื้นช้า ๆ เพื่อไม่ให้แยงตาฉัน ใบหน้าคมคายที่เคยดูเย็นชาบัดนี้กลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก แววตาของเขาไม่ได้น่ากลัวเหมือนวันแรก แต่กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความขี้เล่น
“คะ… คุณ…” ฉันอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก โทรศัพท์ในมือหน้าจอดับวูบไปเพราะแบตเตอรี่หมดพอดี
“โทรศัพท์แบตหมดแล้วล่ะสิ” เขาพูดพลางยื่นพาวเวอร์แบงก์และชานมไข่มุกเจ้าโปรดของฉันมาให้ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าฉันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น? ยัยแมวขี้แง”
คำว่า “ยัยแมวขี้แง” ซึ่งเป็นฉายาที่มีแค่แฟนออนไลน์ของฉันเท่านั้นที่รู้ ทำให้อาการตกใจของฉันเปลี่ยนเป็นความอายจนหน้าแดงแจ๋ไปถึงใบหู
“นาย… นายรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!” ฉันประท้วงเสียงหลง
“ตั้งแต่วันแรกที่เธอวิ่งชนฉันจนเอกสารกระจายแล้ว” เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแบบเดียวกับในแอปแชต “พวงกุญแจรูปแมวอ้วนที่ติดกระเป๋าเธอ มันเป็นลายเดียวกับรูปโปรไฟล์ในเกมที่เธออวดฉันเมื่ออาทิตย์ก่อน แถมพอย้ายเข้าห้องมา เธอยังส่งข้อความเสียงมาบ่นเรื่องเพื่อนบ้านหน้าบึ้งให้ฉันฟังทันทีอีก… จะไม่ให้จำได้ยังไง?”
“แล้วทำไมไม่บอกฉันปล่อยให้ฉันกลัวอยู่ได้!” ฉันแกล้งทุบอกเขาเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
“ก็เธอเล่นประกาศกร้าวว่าฉันเหมือนคนพร้อมฆ่าคนตลอดเวลา ขืนบอกไปตรง ๆ มีหวังเธอย้ายห้องหนีฉันแน่” เขาก้าวเข้ามาในห้องของฉันอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะจุดเทียนหอมที่เขาเตรียมมาด้วย วางลงบนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น แสงสีส้มสลัวทำให้บรรยากาศความกลัวในตอนแรกหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
เขานั่งลงบนโซฟา ยื่นมือหนามาลูบหัวฉันเบา ๆ อย่างอ่อนโยน “ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวความมืดแล้วนะ อยู่ใกล้กันแค่นี้… บ่นปุ๊บก็มาหาได้ปั๊บ สะดวกดีไหมล่ะ?”
ฉันมองผู้ชายเสื้อดำตรงหน้า ชายหนุ่มสายตาเย็นชาที่คนทั้งคอนโดไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว… เขาคือ “แฟนออนไลน์” คนเดียวกับที่คอยสปอยล์คอยโอนเงินเปย์ชานมให้ฉันทุกครั้งที่ฉันงอแง
หนึ่งเดือนต่อมา…
ไฟคอนโดไม่ได้ดับอีกแล้ว แต่ประตูห้องตรงข้ามของเราสองคนมักจะเปิดทิ้งไว้เสมอ วันนี้ฉันไม่ต้องวิ่งหลบหน้าเขาในลิฟต์อีกต่อไป แต่วิ่งเข้าไปกอดแขนเขาอย่างออดอ้อนแทน
“วันนี้อยากกินอะไรคะ Baby เจ้าขา?” ฉันแกล้งล้อเลียนคำพูดเก่าของเขา
เขาไม่พูดอะไร แต่ใบหน้าเย็นชานั้นกลับหลุดยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของฉันเบา ๆ
“กินอะไรก็ได้ครับ… แค่มีเธออยู่ด้วย ห้องไหนหรือโลกใบไหนก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว”