Posted in

ฝนตกหนักกระหน่ำอยู่ด้านนอก ขณะที่อดีตสามีของฉันอุ้มหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องฉุกเฉิน

ฝนตกหนักกระหน่ำอยู่ด้านนอก ขณะที่อดีตสามีของฉันอุ้มหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องฉุกเฉิน

เขาร้องขอให้ฉันช่วยชีวิตภรรยาและลูกของเขาก่อน

โดยที่ไม่รู้เลยว่า…

แพทย์เวรในคืนนั้นคือฉันเอง

และแล้วฉันก็ได้ยินความลับบางอย่างเกี่ยวกับเด็กในท้อง

ความลับที่สั่นคลอนโลกทั้งใบของฉัน…

“คุณหมอ… ได้โปรด ช่วยภรรยาและลูกของผมก่อนเถอะครับ…”

ประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ท่ามกลางเสียงฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอก

ชายคนหนึ่งที่เปียกโชกไปทั้งตัวจากสายฝน รีบอุ้มหญิงตั้งครรภ์ที่กำลังเจ็บปวดอย่างหนักเข้ามา

ทันทีที่ฉันเงยหน้าขึ้นมอง

ฉันเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่

เป็นเขา

ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสามีของฉัน

ผู้ชายที่หายไปจากชีวิตฉันนานถึงสี่ปี

ปากกาในมือหลุดร่วงลงพื้น

ราวกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

เขายังเหมือนเดิม

เสียงเดิม

สายตาเดิม

วิธีแสดงความห่วงใยเวลาเห็นคนที่รักเจ็บปวดก็ยังเหมือนเดิม

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป

ผู้หญิงที่เขากำลังกอดไว้ในวันนี้

ไม่ใช่ฉันอีกแล้ว

“คุณหมอคะ ดูเหมือนเธอจะมีอาการเจ็บครรภ์รุนแรง ต้องรีบตรวจแล้วค่ะ” พยาบาลข้างตัวฉันพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ

ฉันสูดหายใจลึก ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไป

หญิงคนนั้นยังอายุน้อยมาก

ใบหน้าซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวด

แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าเธอสวยมาก

เธอกำเสื้อโปโลของเขาแน่น ราวกับนั่นคือแรงยึดเหนี่ยวสุดท้าย

ชายคนนั้นก้มลงลูบผมเธอเบา ๆ

“ผมอยู่ตรงนี้นะ ไม่เป็นไร… ผมจะไม่ทิ้งคุณ”

หัวใจฉันบีบรัดขึ้นมาทันที

ตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน

เขาก็เคยเป็นแบบนี้

เวลาที่ฉันปวดท้องหนักกลางดึก

เขาจะดูแลฉันอย่างอ่อนโยน

ใส่ใจ

อบอุ่น

เหมือนพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อฉัน

แต่สุดท้าย…

ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เราแต่งงานกันแปดปี

แต่ไม่มีลูกสักคน

ครอบครัวของเขาเริ่มมองฉันเปลี่ยนไปทีละน้อย

แม่ของเขามักพูดกระทบกระเทียบตอนกินข้าวว่า

“บ้านที่ไม่มีเสียงเด็กวิ่งเล่น จะเรียกว่าครอบครัวสมบูรณ์ได้อย่างไร”

ส่วนฉัน…

จากคนร่าเริง

กลายเป็นคนเงียบขรึม

จนกระทั่งวันหนึ่ง

ฉันเห็นผลตรวจสุขภาพของเราสองคน

ความจริงก็คือ…

คนที่มีปัญหาไม่ใช่ฉัน

แต่เป็นเขา

ฉันยังจำได้ดี

เขากุมมือฉันแน่น

แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

“ช่วยอย่าบอกใครได้ไหม”

“ผมไม่อยากให้แม่เป็นห่วง”

เพราะฉันรักเขา

ฉันจึงยอม

ไม่เคยโกรธ

ไม่เคยโทษเขา

แต่เมื่อเวลาผ่านไป

หัวใจของเราก็ค่อย ๆ ห่างกัน

จนในที่สุด

เราก็หย่ากันอย่างเงียบงัน

ตอนนั้นฉันคิดว่า

นั่นคงเป็นจุดจบของทุกอย่างแล้ว

“คุณหมอคะ?”

เสียงของหญิงตั้งครรภ์ดึงฉันกลับสู่ปัจจุบัน

เธอมองป้ายชื่อบนหน้าอกฉัน

ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“คุณหมอทำงานอยู่ที่นี่เองสินะ”

สายตาของเธอแปลกประหลาด

เหมือนเธอรู้จักฉัน

แต่ก่อนที่ฉันจะถามอะไร

เขาก็พูดขึ้นทันที

“ได้โปรด ช่วยตรวจเธอก่อนเถอะครับ”

ฉันพยักหน้าเงียบ ๆ แล้วเริ่มทำอัลตราซาวนด์

ไม่กี่วินาทีต่อมา

เสียงหัวใจของเด็กในครรภ์ก็ดังขึ้นเบา ๆ ภายในห้อง

ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เด็กปลอดภัยดีค่ะ”

ฉันพูดเบา ๆ

สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายลงทันที

เขาก้มศีรษะกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

และในตอนนั้นเอง

ฉันก็คิดขึ้นมา

บางที…

เขาอาจจำฉันไม่ได้จริง ๆ

หรือบางที

พวกเราทั้งคู่คงเปลี่ยนไปมากเกินกว่าที่จะจำกันได้แล้ว

เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตีหนึ่ง

หลังเลิกเวร

ฉันเดินผ่านโถงทางเดินของห้อง VIP

แล้วบังเอิญได้ยินบทสนทนาจากห้องหนึ่งที่ประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย

“คุณยังไม่คิดจะบอกเธออีกเหรอ?”

หญิงคนนั้นถาม

ฉันกำลังจะเดินผ่านไป

แต่กลับหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำตอบ

“ผมไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง”

ภายในห้องเงียบไปชั่วครู่

จากนั้นเขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“แต่เธอมีสิทธิ์รู้ความจริง”

ฉันตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

ความจริง?

หญิงคนนั้นถอนหายใจเบา ๆ

แล้วเขาก็พูดต่อ

“ตอนนั้นผมไม่ได้จากเธอไปเพราะหมดรัก”

“ผมแค่ไม่อยากให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาของครอบครัวผม”

ฉันกำเอกสารในมือแน่นขึ้น

ไม่กี่วินาทีต่อมา

หญิงคนนั้นก็ถามอีกครั้ง

คราวนี้เสียงเบาลงมาก

“แล้วเรื่องเด็กในท้องล่ะ?”

เขาเงียบไปนาน

นานจนฉันคิดว่าบทสนทนาจบลงแล้ว

ก่อนที่เขาจะพูดออกมาช้า ๆ

“ไม่… เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของผม”

เหมือนอากาศทั้งโลกหายไปจากปอด

และในวินาทีเดียวกันนั้น

โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของฉันก็สั่นขึ้น

มีข้อความใหม่จากหมายเลขที่ไม่รู้จัก

“คุณหมอ ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงหายไปในตอนนั้นจริง ๆ…”

“ลงมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินเดี๋ยวนี้”

ฉันยังไม่ทันขยับตัว

ก็ได้ยินเสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลัง

“ในที่สุด… คุณก็กลับมาจนได้”

นี่คือบทสรุปและตอนจบของความจริงที่ถูกซ่อนไว้หลังสายฝน:

บทสรุป: ความรักภายใต้คำลวง

ฉันค่อย ๆ หันกลับไปมองตามเสียงเย็นเยียบนั้น ชายที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของทางเดินไม่ใช่ใครอื่น… แต่เป็น คุณหมออนาวิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและอดีตเพื่อนสนิทของสามีฉัน ในมือของเขากำลังถือแฟ้มเอกสารลับฉบับหนึ่งไว้

“คุณหมออนาวิน…” ฉันเค้นเสียงเรียกชื่อเขา ร่างกายยังคงสั่นสะท้านจากประโยคที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่ ‘เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของผม’

“ในที่สุดคุณก็รู้ความจริงสักทีนะ” อนาวินเดินเข้ามาใกล้ ยื่นแฟ้มเอกสารในมือให้ฉัน “สี่ปีที่แล้ว หมอคนเดียวที่รู้ผลตรวจและทำหน้าที่รักษาอาการป่วยของอดีตสามีคุณ… คือผมเอง”

ฉันเปิดแฟ้มเอกสารออกดูภายใต้แสงไฟสลัวของทางเดิน ใบหน้าของฉันซีดเผือดลงเรื่อย ๆ เมื่อได้เห็นรายงานการแพทย์ย้อนหลัง สี่ปีที่แล้ว อดีตสามีของฉันไม่ได้มีเพียงแค่ปัญหาเรื่องภาวะมีบุตรยาก… แต่เขาตรวจพบว่าตัวเองเป็น โรคมะเร็งระยะรุนแรง ที่ต้องเข้ารับการบำบัดด้วยเคมีบำบัดอย่างหนัก ซึ่งโอกาสรอดชีวิตในตอนนั้นมีไม่ถึงร้อยละสามสิบด้วยซ้ำ

“เขาขอร้องให้ผมปิดบังคุณ” อนาวินถอนหายใจลึก “เขาบอกว่าคุณกำลังมีอนาคตไกลในต่างประเทศ และถ้าคุณรู้ คุณจะยอมทิ้งทุนแพทย์และอนาคตทั้งหมดมาเพื่อจมปลักดูแลเขาที่อาจจะตายวันตายพรุ่ง เขาเลยแกล้งทำเป็นห่างเหิน ชวนทะเลาะ และยอมเซ็นใบหย่าเพื่อให้คุณเกลียดเขาแล้วเดินจากไปอย่างหมดห่วง”

“แล้ว… แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ?” ฉันถามเสียงสั่น เครือข่ายน้ำตาเริ่มบดบังการมองเห็น

“เธอคือทายาทของตระกูลที่ให้ทุนช่วยเหลือเรื่องการรักษาของเขาในต่างประเทศครับ และเด็กในท้อง… คือลูกของพี่ชายเธอที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เธอถูกกดดันจากตระกูลอย่างหนัก อดีตสามีของคุณที่รอดชีวิตกลับมาได้ราวกับปาฏิหาริย์เลยยอมแต่งงานบังหน้าเพื่อช่วยปกป้องเธอและเด็กคนนี้เป็นการตอบแทนบุญคุณ… พวกเขาไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเลยสักครั้ง”

คำสารภาพของอนาวินทำให้โลกทั้งใบที่ฉันเคยเข้าใจผิดพังทลายลง ทว่ามันถูกแทนที่ด้วยความจริงอันงดงามและเจ็บปวดแปดเปื้อนน้ำตา เขาไม่ได้ทรยศฉัน… แต่เขาใช้ชีวิตของเขาเพื่อปกป้องอนาคตของฉัน

ฉันไม่รอช้า รีบวิ่งกลับไปที่ห้องพัก VIP ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป อดีตสามีของฉันที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงถึงกับสะดุ้งลุกขึ้น เมื่อเห็นน้ำตาที่ไหลนองหน้าของฉัน สายตาของเขาที่เคยพยายามทำเป็นเย็นชาและห่างเหินก็พังทลายลงในที่สุด

“แอน…” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คุณ… รู้เรื่องหมดแล้วใช่ไหม?”

ฉันไม่ตอบอะไร แต่พุ่งเข้าไปกอดเขาไว้แน่น กอดร่างที่เคยหนีหายไปจากชีวิตของฉันนานถึงสี่ปี เสียงสะอื้นของฉันดังสะท้อนในห้องที่เงียบสงบ หญิงตั้งครรภ์บนเตียงยิ้มบาง ๆ ด้วยความโล่งอก

“สี่ปีที่ผ่านมา… คุณใจร้ายกับฉันมากรู้ไหม” ฉันตัดพ้อทั้งน้ำตา “คุณคิดว่าฉันจะมีความสุขหรือไง บนความหวังดีที่คุณโกหกฉับแบบนั้น!”

เขากอดฉันตอบแน่นหนา ราวกับกลัวว่าฉันจะหายไปอีกครั้ง น้ำตาของลูกผู้ชายที่เคยเข้มแข็งค่อย ๆ ไหลซึมลงบนบ่าของฉัน “ผมขอโทษ… ผมแค่กลัวว่าถ้าผมตายไป คุณจะจมอยู่กับความเศร้าจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่ตอนนี้ผมรอดกลับมาแล้ว… และผมจะไม่หนีไปไหนอีกแล้วแอน”

หกเดือนต่อมา…

สายฝนด้านนอกหยุดตกแล้ว แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่ส่องเข้ามาในห้องคลอดของโรงพยาบาล ฉันในชุดกราวน์เพิ่งทำคลอดทารกน้อยเพศหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูออกมาได้อย่างปลอดภัย เธอคือลูกของหญิงสาวคนนั้นที่อดีตสามีของฉันเคยปกป้องไว้ และตอนนี้เธอได้กลายเป็นหลานสาวตัวน้อยของพวกเราอย่างถูกต้อง

ฉันเดินออกมาที่หน้าห้องคลอด อดีตสามีของฉันยืนรออยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุด รอยยิ้มแบบเดียวกับเมื่อแปดปีก่อนที่ฉันเคยตกหลุมรัก

เขายื่นมือมาจับมือฉันไว้แน่น และครั้งนี้… ไม่มีคำลวง ไม่มีคราบน้ำตา และไม่มีความลับใด ๆ ที่จะมาพรากเราออกจากกันได้อีก

เพราะพายุที่รุนแรงที่สุดในชีวิตของเราสองคน ได้ผ่านพ้นไปอย่างแท้จริงแล้ว